วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2557

ตำรับยาไทยโบราณ สูตรต่างๆ ตามยุค และผู้เขียน ตำรายา พื้นบ้านล้านนา



ตำรับยาไทยโบราณ สูตรต่างๆ ตามยุค และผู้เขียน


ตำรับยาชุดนี้ เป็นตำราโบราณที่เรียงตามยุคสมัย ตามผู้แต่ง โดยสูตรต่างๆนั้น อยู่บนพื้นฐานของความเชื่อ ของคนในยุคนั้นๆ โดยสังเกตได้จากผู้แต่งมักเป็นผู้ที่มีบรรดาศักดิ์ ซึ่งก่อให้เกิดศรัทธาแก่ผู้นำไปใช้ และ สูตรสำหรับแต่ละโรค ค่อนข้างแตกต่างกัน ซึ่งแตกต่างจากแพทย์แผนปัจจุบันที่มีแนวทางการรักษาใกล้เคียง หรือเหมือนกันในแต่ละโรค ดังนั้น สิ่งที่ทิ้งไว้ในตำรายาที่คือ ความเชื่อ คติในยุคโบราณ และในอดีต ลักษณะการใช้สมุนไพรเบื้องต้น มากกว่าการนำไปใช้เพื่อการรักษาโรคจริง ผู้อ่านควรพิจรณาก่อนนำข้อมูลไปใช้เพื่อการรักษาโรคจริง 

ตำรายา ของ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช กรุงศรีอยุธยา
โอสถพระนารายณ์
     ยาแก้ขัดปัสสาวะ
เอา ใบกะเพรา (ก้อมก้อดำ) 1 กำมือ  ดินประสิวขาว 2 สลึง บดให้ละเอียด  เอาใบชาต้มเป็นกระสายละลายยา 
เมื่อกินแล้วให้กินน้ำชาทีหลังสัก 2-3 ที ปัสสาวะจะออกสะดวก
     ยาแก้ไข้อาเจียน
เอา น้ำผึ้งส่วนหนึ่ง เถาตำลึงมาตัดเป่าเอาน้ำแค่ 2 ส่วน เอาพิมเสนรำหัด(การใช้นิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้หยิบพิมเสนขึ้นมาเพียงนิดหน่อยโดยทำในลักษณะท่าของการรำแบบจีบ)ลงกิน 
     ยาแก้เสมหะปะทะ
เอา หญ้าปากควาย ใบพลูแก่ ตำบิดเอาแต่น้ำ แล้วเอาพิมเสนตัดพอออก กินแก้เสมหะ
     พระองค์คบนวดเส้น
นวดเส้นตึงให้หย่อน เอาเทียนดำ เกลือส่วนหนึ่ง อบเชย 2 ส่วน ไพล 5 ส่วน ใบพลับพลึง 8 ส่วน 
ใบมะค่า 16 ส่วน ตำรวมกันห่อผ้านึ่งให้ร้อน แล้วเอานวดเส้น

ตำรายาเกร็ด ของ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
ตำรายาเกร็ด
     ยาแก้แน่นจุกเสียด
  ลูกเร่ว ระย่อม ไคร้เครือ ลูกกระวาน ลูกจันทน์ กัญชา เทียนแดง เทียนขาว เทียนดำ เทียนตาตั๊กแตน เทียนเยาวพาณี โกศสอ โกศพุงปลา โกศน้ำเต้า โกศจุฬาลัมพา โกศหัวบัว รากชะพลู ดีปลี เจตมูลเพลิง หัวกลอย 
หัวกระดาษแดง หัวดองดึง หัวอุตพิด หัวบุกรอ ลูกสะค้าน อย่างละ 1 สลึง
  ลูกสมอไทย ลูกมะขามป้อม อย่างละ 3 สลึง ยาดำ 3 บาท รงทองมหาหิงคุ์ อย่างละ 2 บาท 2สลึง 
การบูร 1 บาท 1สลึง ชะเอม 2 บาท ว่านน้ำ 1 บาท พริกไทยอ่อน 19 บาท
   ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้ง น้ำส้มซ่า หรือ น้ำมะนาว เป็นยาระบาย กินตามสมควร รงทองต้องปิ้งก่อน
     

     ยาชื่อมหาสารแก้ไข้
เอา รากย่านาง รากเท้ายายม่อม รากชิงชี่ รากคนทา รากมะนาว รากมะปรางหวาน ดอกพิกุล ดอกบุนนาค
 ดอกสารภี เกสรบัวหลวง เหมือดคน จันทน์แดง เปลือกสันพร้านางแอ จำนวนเท่ากัน ตำเป็นผงแก้ผิดสำแดง 
แก้ไข้ เอาเหมือดคนฝนเป็นน้ำกระสาย แก้ร้อน น้ำดอกไม้ สำหรับแก้ไข้
     ยาต้มแก้ไข้
ยาห้าราก ใบมะกา รากปลาไหลเผือก ตรีผลา ผลกระดอม อย่างละ 1 กำมือ ฝักรากพฤกษ์ 3 ฝัก 
ก้านสะเดา 33ก้าน บอระเพ็ด 7 ท่อน ต้มกิน
     ยาแก้โรคบิด
น้ำมะนาว น้ำปูนใส น้ำผึ้ง ตวงอย่างละเท่ากัน เขย่าให้เท่ากัน กินคราวละ 1 ถ้วยตะไล สัก 2-3 หน หรือ 
เอา เมล็ดแมงลัก ละลายกับน้ำร้อนกินให้มากจนอิ่ม
     ยาแก้โรคเบาหวาน
เอา อ้อยแดงยาว 1 คืบ ผ่าสี่ สับให้เป็นชิ้นๆ กกที่ใช้สานเสื่อ 15 ต้น วัดตั้งแต่โคนต้นขึ้นไป 1 คืบ 
หญ้าปล้อง 1 กำมือ มัด 3 เปลาะ ถั่วดำฟายมือหนึ่ง ห่อผ้าขาวบางต้มด้วยกัน กินบ่อยๆแทนน้ำก็ได้ ผู้เป็นมาแล้วกิน 17 หม้อ หายขาด
     ยาแก้ขัดปัสสาวะ
ขนาน ก.
ยอดขี้เหล็ก 7 ยอด เปลือกหอยแครง ถ้าใหญ่ 5 เปลือก ถ้าเล็ก 7 เปลือก เผาไฟ ต้นตะไคร้ 3 ต้น 
สารส้มหนัก 2 สลึง ต้มกิน
ขนาน ข.
เบี้ยจั่นเผาไฟ หน่ออ้อย 7 หน่อ สารส้มหนัก 2 เฟื้อง ต้มกิน
     ยาแก้เจ็บคอ
ขมิ้นอ้อย รากไคร้เครือ การบูร หญ้าเกล็ดหอย เกลือ 3 เม็ด รงทอง ขิง(ฝนและตำ) เหล้าเป็นกระสาย ชุบสำลีอม แก้เจ็บคอ

     ยาแก้ฟกบวม แก้พิษสัตว์กัดต่อย
ใส่แผลที่ตะปู หรือ หนามตำลึกๆ
เอา รากหมาตาย เขยตาย ขันทองพยาบาท ชองระอา ฝน หรือ ตำกับเหล้า เอาน้ำทาที่ฟกบวม และ หยอดลงที่แผลบ่อยๆ จะหายปวดใน 3 หรือ 4 ชม. และกินแก้โลหิตตีขึ้นของหญิง
     ยาแก้ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก น้ำมันลวก
เอายาฉุนอย่างฉุนขยำกับเหล้าปะที่แผลให้ทั่ว แก้แสบร้อนได้ และ พอกต่อไปจนกว่าจะหาย หรือ เอา หัวหอมฝานเป็นแผ่นๆ ปะที่แผล ถ้าแผลมากให้เอาหัวหอมตำพอกจะหายแสบร้อน
     ยาแก้บาดทะยัก หรือ บาดทะพิษ
เอายาฉุนอย่างฉุน ขยำกับเยี่ยวพอกที่แผลสักพักใหญ่ก็จะทุเลา หรือ เอาหางปลาแห้ง ลูกประคำดีควาย อย่างละเท่ากัน สุมไฟให้โชน บดกับใบทองหลางใบมน คั้นเอาน้ำกิน เอากากพอกแผล
     ยาคู่กันสำหรับแก้ปวดแก้บวม
เอา อกตะพาบน้ำฝน กับ รากมะปรางหวาน น้ำสุราก็ได้ น้ำมะนาวก็ได้ เป็นกระสาย ทาแก้ปวดบวม
     ยาแก้ไอ
เอา รากมะกล่ำตาหนู ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ เทียนทั้งห้า อย่างละเท่ากัน ตำบดส้มมะขามเปียกแทรกเกลือ จิบกินแก้ไอไข้ ไอหวัด
     ยาแก้ปวดฟัน
ยางข่อย หัวน้ำมันยาง เกลือ อย่างละ 1 ช้อนกาแฟ ขมิ้นอ้อย ครึ่งหัว
วิธีทำ ขูดล้างขมิ้นอ้อยให้สะอาด ตำกับเกลือเติมน้ำที่สะอาดนิดหน่อย คั้นเอาแต่น้ำให้ได้ 1 ช้อนกาแฟ ผสมกับยางข่อยและน้ำมันยาง ใช้สำลีจุ่มยาแตะที่เหงือกตรงฟันซี่ที่ปวด จะหายภายในไม่เกิน 10 นาที ถ้าใช้เป็นยาถู หรือ จิ้มฟันเป็นประจำ จะไม่ปวดฟัน และ ทำให้ฟันทน
     ยาแก้ผมหงอก และ ผมร่วง
เอาพญามือเหล็ก กับรากทองพันชั่ง ฝน หรือต้มกับน้ำ ทาบ้างกินบ้างทุกวัน สัก 3เดือนจะเห็นผล ผมที่หงอกแล้วก็แล้วไป ที่งอกขึ้นมาใหม่จะกลับดำ



ตำรายา ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ พระมหาสมรเจ้า
ตำรายาพิเศษ
     ยาแก้เมื่อย เสียงเพราะ โลหิตไม่คั่ง แก้บวม แก้คัน
กิน บอระเพ็ด เช้าเย็นทุกวัน
     ยาแก้ริดสีดวงพลวก
ต้มมะตูม พริกไทยทำให้เป็นผง นำลงกระทะกวน แล้วนำน้ำผึ้ง หรือ เกลือ กวนผสม กินตามสมควร
ตำรายาบางขนาน
     ยาอุทัย
แก้ร้อนใน กระหายน้ำ
โกฐจุฬาลัมพา ชาดหรคุณไทย รากมะกรูด รากมะนาว รากมะปราง เกสรทั้งห้า จันทน์เทศ จันทน์แดง จันทนา จันทน์ชะมด ขี้ครั่ง อย่างละ 2 บาท ฝางเสนหนัก 40 บาท ต้มแล้วตั้งไว้ให้เย็น ผสมพิมเสน ชะมด หญ้าฝรั่น กรองให้ใส
     ยาหอม
แก้ลม แก้อ่อนเพลีย หน้ามืดตาลาย ใจสั่น
เกสรทั้งห้า โกฐหัวบัว โกฐพุงปลา โกฐเชียง กานพลูใหญ่ หอยสังข์เผา กฤษณา อบเชยญวน เปลือกสมุลแว้ง ชะลูด อย่างละ 1 จันทน์ชะมด 4 บาท ชะเอมเทศ 4 บาท นำมาบดละเอียดเป็นผง แทรกพิมเสนและชะมด รับประทานโดยละลายน้ำต้มสุก
     ยาแก้ไอ
ชะเอมเทศ ชะเอมไทย ขิงแห้ง จุกหอม จุกกระเทียม อย่างละ 1 บาท ดีปลี 7 ดอก ผักส้มป่อย 7 ฝัก 
ขมิ้นอ้อย 5 แว่น สมอไทย 5 ลูก ว่านหางช้างหนัก 3 บาท ข้าวเย็นเหนือ 5 บาท ข้าวเย็นใต้ 5 บาท ต้มรับประทานเช้าเย็น ก่อนอาหาร
     ยาแก้เหน็บชา
ใบมะกา ข่า ขมิ้นเครือ อย่างละ 10 บาท แสมทั้งสอง อย่างละ 6 บาท รากหวายขม หนัก 2 บาท 
สมอเทศ หนัก 2 บาท หวายตะค้า หนัก 1 บาท ดินประสิว หนัก 1 บาท 1 สลึง 1 เฟื้อง ข้าวเปลือก 3 หยิบมือ ต้มรับประทานเช้าเย็น ก่อนอาหาร

          ยาแก้ท้องอืด มีลมในกระเพาะอาหาร
ดอกบุนนาค เกสรบัวหลวง เทียนดำ หนักสิ่งละ 1 เฟื้อง เบญจกูล หัวหอม หนักสิ่งละ 1 สลึง หัวกระเทียม กะทือ ไพล ข่า ขมิ้นอ้อย มะตูมอ่อน สมอเทศ สมอพิเภก หนักสิ่งละ 2 สลึง เนื้อสมอไทยหนัก 2 บาท เปลือกไข่เน่า รากเล็บมือนาง รากชุมเห็ดไทย อีเหนียวน้อย กะเพราแดง หนักสิ่งละ 2 สลึง เนื้อฝักคูน หนัก 4 บาท กระพังโหม หนัก 8 บาท ต้มรับประทานเช้าเย็น ก่อนอาหาร
     ยาแก้โรคเบาหวาน
โกฐทั้งห้า เทียนทั้งห้า มะแว้งทั้งห้า เกสรทั้งสี่ จันทน์ทั้งสอง แสมทั้งสอง ข้าวเย็นทั้งสอง กฤษณา กระลำพัก ขอนดอก้เป็นกระสาย ชะลูด อบเชยเทศ แฝกหอม สมุลแว้ง ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน กานพลู สมอไทย สมอเทศ 
สมอดีงู ผลมะขามป้อม แก่นขนุน ฝาง พญามือเหล็ก ขมิ้นอ้อย มะตูมอ่อน แห้วหมู ใบมะกา ข่า ไพล กระชาย ยาดำ เกลือสินเธาว์ เกลือสมุทร แก่นขี้เหล็ก สักขี เถาวัลย์เปรียง แกแล หนักสิ่งละ 1 บาท ฝักราชพฤกษ์ 3 ฝัก 
ตาไม้ไผ่สีสุก 3 ตา ต้มรับประทานเช้าเย็น ก่อนอาหาร


ตำรับยา ของ พระยาแพทยาพงศาวิสุทธาบดี (สุ่น สุนทรเวช)
หมวด 1 ยากวาด
     ยากวาดเด็กอ่อน ชื่อ อินทจักร
ชะมด พิมเสน หมึกหอม ใบกะเพรา ใบพร้าเฉียงหอม ดีงูเหลือม ยาทุกอย่างนี้หนักเท่าๆกัน บดแล้วใช้น้ำดอกไม้เป็นกระสาย ปั้นเป็นเม็ดผึ่งไว้ ถ้ากวาดใช้น้ำดอกไม้ แทรกเกลือ ถ้ากินใช้น้ำดอกไม้เป็นกระสาย แก้พิษลมจับที่ลิ้น ทำให้ลิ้นกระด้างคางแข็ง ใช้กวาดเด็กอ่อนตั้งแต่คลอดแล้วใช้ได้
หมวด 2 ยาร้อนทำธาตุ
     ยาหม้อเจริญอาหาร
จันทน์ทั้งสอง ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกมะลิ กาบตาล งวงตาล ขมิ้นอ้อย หัวหอม หัวตะไคร้ ใบทับทิม แก่นสน ลูกกระดอม บอระเพ็ด ใบกะเพรา รากชะพลู ดีปลี ข่า สมอไทย รากชุมเห็ดไทย กระพังโหม พริกไทย ต้มรวมกัน กินเช้าเย็น เป็นยาบำรุงธาตุ แก้ตาเหลือง ปัสสาวะเหลือง ทำให้เจริญอาหาร

หมวด 3 ยาคุมธาตุ
     ยาประสะพิมเสน
ลูกเบญกานี 2 บาท กระลำพัก สลัดได 2 บาท พิมเสน 1 บาท ชาดก้อน 3 สลึง ผลจันทน์เทศ 3 สลึง 
ขี้ยาฝิ่น 1 สลึง บดปั้นเป็นเม็ด เท่าเมล็ดพุทธรักษา กินกับน้ำร้อน แก้มูกเลือด แก้ท้องลง บิดมวนทอง
 แก้หัดลงท้อง เป็นยาสมาน ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
หมวด 4 ยาออกลูก
     ยาหม้อแก้อาเจียน
แก่นสน จันทน์เทศ เทพทาโร ขิงแห้ง แห้วหมู ลูกผักชี มะตูมอ่อน รากชะพลู หญ้าตีนนก รากแฝกหอม หัวหอม หัวตะไคร้ ผลยอ เผาให้สุก ทั้งหมดนี้ต้มกินแก้อาเจียน ลมปั่นป่วนในท้อง ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ใช้สำหรับหญิงแพ้ท้อง
หมวด 5 เกร็ดยาต่างๆ
     ยาแก้พิษงู 
   เถาคันแดงสด 5-6 ใบตำให้แหลก ข้าวสาร 1 กำมือ ใส่ครึ่งถ้วยชา ซาวให้เป็นน้ำซาวข้าวใช้ 2-3 ช้อนโต๊ะ ละลายใบเถาคันที่ตำไว้ กรองเอาน้ำยากิน เอาใบเถาคันอีก 3-4 ใบ ตำให้แหลกพอกที่แผล
   ใบเสลดพังพอน ตำให้แหลก ละลายกับสุรา เออาน้ำกิน เอากากพอกแผล ก่อนพอก ล้างแผลใช้ของแข็งๆขูดเอาพิษออกจากแผลเสียก่อน
     ยาแก้พิษแมงกะพรุนไฟ
ใบคนที (เป็นไม้ขึ้นตามหาดทราย ไม้เถาทอดยอด ใบกลมขนาดครึ่งนิ้ว ก้านละ 3 ใบ สีเขียว ท้องใบขาว ลักษณะคล้ายใบคนทีสอ ดอกสีม่วง เป็นช่อรูปฉัตร ดอกเล็กรวมเป็นกระจุก ยอดแหลม) เก็บใบตำให้แหลก เจือน้ำเล็กน้อย พอกที่แผลจะหายปวดได้ใน 20 นาที
ตำรับยา ของ หลวงอินทรอาญา
หมวดยารักษาเด็ก
1.ยาต้มแก้ไอ
  -เอาจันทร์ทั้งสอง หมากผู้ หมากเมีย ชะเอม เถามวกทั้งสอง ขมิ้นอ้อย ๕ แว่น ว่านกลีบแรด ต้มกินหายแลฯ
หมวดยารักษาไข้
1.ยาหอมแก้ลม
-เอาพริกไทย1 ดีปลี1 ว่านน้ำ1 ลูกมะตูมอ่อน1 รากชะพลู1 เจตมูลเพลิง1 ลูกคทีสอ1 ลูกพิลังกาสา1 ลูกจันทร์1 ดอกจันทร์1 กระวาน1 กานพลู1 เทียนดำ1 การบูร1 ชะมด1 พิมเสน1 เกสรบัวหลวง1
ทำแท่งไว้ แก้ลม น้ำทับทิมทั้งห้า ต้มแทรกพิมเสน แก้แน่นหน้าอก น้ำขิงแทรกพิมเสน แก้อาเจียน ต้มกินหายแลฯ
2.ยาแก้ปวดศีรษะ
-ท่านให้เอายาดำ1 ขิง1 ดีปลี1 หอมแดง1 กระเทียม1 ข่า1 เสมอภาค
บดด้วยน้ำมะนาว ทำแท่งไว้ ละลายน้ำมะนาวทาหายแลฯ
หมวดยาบำรุงโลหิตระดู
1.ยาต้มบำรุงเลือด
-ใบมะกา 12 ใบ ใบมะนาว 108 ใบ มะกรูดผลผ่าสี่เอาสาม ยาทั้งนี้ต้มรับประทาน เป็นยาบำรุงโลหิตระดู ฯ
2.ยาบำรุงธาตุหญิงสาว
-เบญจกูล ลูกผักชี ว่านน้ำ แห้วหมู ผลพิลังกาสา บอระเพ็ด ผิวมะกรูด ยา 7 สิ่งนี้เอาส่วนเท่ากัน
ตำเป็นผง ละลายน้ำส้มซ่าหรือน้ำส้มมะขามเปียกก็ได้ กินเป็นยาบำรุงธาตุให้ปกติ สำหรับหญิงสาวที่มีระดูโลหิตไม่งาม หรือมีแล้วแห้งหายไป จงใช้ยาบำรุงขนานนี้รับประทานเสียก่อน แล้วจึงกินยาขับโลหิตต่อไปฯ
หมวดยาเบ็ดเตล็ด (ยาเกร็ด) แก้โรคต่างๆ
1.ยาแก้โรคเหน็บชาเข้ากระโจม
-ท่านให้เอา เกลือ1 รากเถาวัลย์เปรียง1 รากแจง1 รากประคำไก่1 ยาทั้งนี้คะเนพอควร ใส่หม้อต้มเดือดสักห้านาที แล้วเข้ากระโจมสักสองถึงสามคราว แก้โรคเหน็บชาหายแล (ยานี้ไม่ใช่ยารับประทาน)ฯ


2.ยาแก้น้ำร้อนลวก
-เอากากใบชาโขลกให้ละเอียด พอกตรงที่ลวก จะหายเร็วที่สุดฯ อีกขนานหนึ่ง ให้เอาน้ำปลาทาหรือราดตรงที่ถูกลวกนั้น ขนานหลังนี้ต้องใช้ทาในขณะที่ถูกลวก อย่าให้ช้าเกินกว่า 30 นาที
3.ยาแก้ปวดฟันรำมะนาด
-เกลือ 2 บาท การบูร 1 บาท สารส้ม 1 บาท ตำเป็นผงใช้สีฟันเวลาเช้าทุกๆวันดีนักฯ

ตำรับยา ของ หมื่นชำนาญแพทยา (พลอย แพทยานนท์)
แผนกยาแก้ซางเด็ก
1.ยาตานขโมย
-ท่านให้เอา มะเกลือทั้งห้า สะแกทั้งห้า ทับทิมทั้งห้า กระพังโหมทั้งห้า ชุมเห็ดทั้งห้า รากเล็บมือนาง1 สะค้าน1 รากชะพลู1 ดีปลี1 ขิงแห้ง1 ผักเสี้ยนผี1 บอระเพ็ด1 ขมิ้นอ้อย1 ตะไคร้1 หัวหอม1 กระเทียม1 มะกรูด1 ผล ใบมะกา 31 ใบ เปลือกไข่เน่า1 ผักคราด1 แถบแถบ1 
ยานี้เอาเสมอภาค ต้มรับประทานเช้าเย็น แก้ตานขโมยผอมแห้งพุงโร อุจจาระหยาบ ถ้าท้องเดินมาก ต้องลดใบมะกา ถ้าท้องไม่เดิน ต้องแทรกดีเกลือ โรคชนิดนี้ต้องการระบายอยู่เสมอ
2.ยาบำรุงธาตุเด็ก
-ดีปลี1 รากชะพลู1 เจตมูลเพลิง1 สะค้าน1 ขิง1 แก่นจันทร์ทั้งสอง แห้วหมู1 ผลกระดอม1 บอระเพ็ด1 มะตูมอ่อน1 แฝกหอม1 แก่นสน1 ชะลูด1 สมุลแว้ง1 ยานี้เอาเสมอภาค สิ่งละ1เกสรทั้งห้า สิ่งละ2 
เป็นยาต้ม ถ้าต้องการระบายให้เติมสมอไทย 3 ผล มะข้ามป้อม 3 ผล
แผนกยาคลอดบุตร
1.ยาแก้อาเจียนเวลาตั้งครรภ์
-แก่นสน1 จันทน์เทศ1 เทพทาโร1 ขิงแห้ง1 แห้วหมู1 ลูกผักชี1 มะตูมอ่อน1 รากชะพลู1 หญ้าตีนนก1 รากแฝกหอม1 หัวหอม1 ต้นตะไคร้1 ลูกยอเผาไฟพอสุก1
สรรพยา13สิ่งนี้ ทำส่งละเท่าๆกัน เป็นยารับประทาน แก้คลื่นเหียน อาเจียน ใช้ได้ทุกโรค เช่น หญิงแพ้ท้อง ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
2.ยาขับโลหิต
-เอาแก่นมะซาง1 แก่นมะหาด1 ฝํกส้มป่อย1 ทองเครือ1 หัวมหากาฬ1 จันทร์แดง1
เอาเสมอภาค แช่สุราฝังข้าวเปลือกไว้ 3 วัน เอาเงินผูกคอหม้อไว้หนัก 1 บาท จึงรับประทาน ยานี้วิเศษนักแล
แผนกยาแก้ไข้ต่างๆ
1.ยาแก้ไข้ปวดหัว
-ใบย่านาง1 หางจระเข้1 ขมิ้นอ้อย1 ใบฟักข้าว1 ใบเถาคัน1 สรรพยา 5 สิ่งนี้เสมอภาค ตำละเอียดสุมกระหม่อมหายแล
2.ยาแก้ไข้ตัวร้อน
-ท่านให้เอากระดูกงูเหลือม7ข้อ เบี้ยจั่น 7 ตัว แก่นขี้เหล็ก 7 แว่น รากมะกอก 1 รากสันพร้านางแอ1 หัวคล้า1 รากผักโหมหิน1 รากกระทุงแดง1 รากระงับพิษ1 บอระเพ็ด1 รากหมาก1 รากตาล1 รากย่านาง1 แฝกหอม1 แก่นจันทน์ทั้งสอง เกสรทั้งห้า
ยานี้เอาสิ่งละ2สลึง มรับประทานแก้ไข้ร้อน ใช้ดับพิษไข้ดีนักแล
แผนกยาเบ็ดเตล็ด
1.ยาแก้ไอเป็นโลหิต
-แก่นขี้เหล็ก1 กำลังวัวเถลิง1 เกลือ1 ต้มรับประทานดีนักแล
2.ยาสมานปากเปื่อย
-จันทน์ทั้งสอง กะเทาะมะขาม1 กะเทาะโพ1 เปลือกไข่ฟัก1 น้ำประสานทองสะตุ
สรรพยา 6 สิ่งนี้เสมอภาค ทำผงบดด้วยน้ำลูกเบญกานีฝนเป็นกระสายปั้นแท่งไว้ใช้กวาดหรือทา อม ป้าย สมานปากเปื่อยดีแล

ตำรับยา ของ พล.อ.อ. นักรบ บิณษรี
ตำรายาแก้ขัดก่อนไปหาแพทย์ (ยากลางบ้าน ของใกล้มือ)
1.ไข้หวัดปวดศีรษะ
-หัวข่า ผักเสี้ยน และ มะนาว ทั้ง3 อย่างตำผสมกันและละลายในน้ำผึ้งรวงกิน
ขัดหมอน(มอน) ใช้รากต้มน้ำดื่ม
ฝรั่ง ใช้ผลฝรั่งอ่อนฝานบางๆ แช่เย็นทาขมับ แก้ปวดศ๊รษะ
พังพวย หรือ แพงพวย ใช้พืชนี้ตากแห้งแล้วหมัก 12-30กรัม ต้มน้ำกิน
มะขาม หนาด และ หัวหอม ทั้ง3สิ่งตำผสมกันแล้วผสมสุรานิดหน่อยดื่ม
มะนาว เล็บครุฑ และ ดอกเอื้องผึ้ง เอาใบของพืชทั้ง3มาตำผสมกับข้าวสารแล้วพอกที่หัว แก้ปวดหัว
มะนาว กับ มะกรูด ใช้ใบทั้งสองชนิด ต้มน้ำกินแก้ปวดศีรษะ
ยูคาลิปตัส ใช้ใบขยี้แล้วดม
หัวเปราะ ใช้ตำผสมสุราพอกศีรษะ
ประดงแดง เอารากมาต้มน้ำดื่ม
ต่างเต้น กับ ขมิ้นอ้อย ใช้ใบต่างเต้นและใบขมิ้นอ้อยต้มรวมใส่น้ำเอามารดศีรษะ
2.คัดจมูก เลือดกำเดา
น้ำอุ่น เวลาเป็นหวัด รู้สึกคัดจมูกอึดอัดจนหายใจแทบไม่ออก ลองแช่เท้าถึงตาตุ่มในน้ำอุ่นจัดๆจะรู้สึกสบาย หายใจคล่องขึ้น
ตะไคร้ หัวข่า หัวกระชาย ขมิ้นอ้อย หัวหอม หัวกระเทียม ใช้ทั้งต้น ทั้งหัวตำพอกกระหม่อม
3.ความร้อนจากไข้สูง วิธีลด
น้ำเย็น น้ำส้ม ไข้สูงตัวร้อนจัด ให้ใช้น้ำเย็น 2 ส่วน น้ำส้มสายชู 1 ส่วน นำมาผสมกันแล้วใช้ผ้าขนหนูเล็กๆ จุ่มลงไปพอหมาดๆ เช็ดตามร่างกายให้ทั่ว สักครู่ความร้อนในร่างกายก็จะคลายลงอย่างน่าพิศวง
4.ท้องผูก ถ่ายไม่ออก สำหรับเด็กเล็ก
สบู่ สบู่หอมธรรมดาเหลาเป็นแท่ง ขนาดปลายก้อนให้ปลายแหลมนำมาลูบคมเสียก่อน ห่อด้วยตะกั่วซองบุหรี่เก็บไว้ เด็กเล็กท้องผูกถ่ายไม่ออกเอาจุ่มน้ำพอลื่นแล้วเหน็บทวาร พักเดียวถ่ายหมด ไม่มีอันตราย เด็กเล็กใช้ได้ดี
กล้วยน้ำว้าสุก กินแทนของหวานเป็นประจำ การขับถ่ายจะเป็นปกติ
5.บาดทะยัก
ขมิ้นอ้อย กับ พุทรา ใช้ขมิ้นอ้อยกับใบพุทราตำพอกรอบๆ แผลอย่าให้ถูกแผล กันบาดทะยัก ถูกตะปูตำ
น้ำเกลือ ใช้น้ำเกลือต้มทิ้งให้เย็น เอาแผลที่ถูกตะปูตำแช่กันบาดทะยัก
6.แผลในปาก ยาแก้
น้ำตาลอ้อย เอาน้ำตาลอ้อยถูที่แผล ไม่นานแผลจะแตก และหายใน 2-3 วัน
7.ผมดก คิ้วดก
หัวกะทิ มะกรูด ใช้น้ำหัวกะทิ ผสมกับน้ำมะกรูด 1 ผล ใส่ผมทิ้งไว้ สักพักใหญ่ เอาผ้าโพกไว้ยิ่งดี แล้วจึงสระผมตามปกติ ในไม่ช้าผมจะดำดกขึ้น
8.ผิวแห้งตกกระ
น้ำมันมะกอก เหยาะน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ลงในน้ำร้อน แล้วนำมาอังบริเวณผิวที่แห้ง ไม่ว่าจะเป็นหน่าหรือแขน ทำทุกๆวัน ผิวจะผ่องไม่หยาบ
9.เมาคลื่น
น้ำทะเล หรือ น้ำจืด ให้ตักน้ำทะเลหรือน้ำจืดตบบนศีรษะ ประมาณสัก1ปี๊บ จะหายทันที
10.ลมวิงเวียน
กระชาย นำมาประกอบอาหารประเภทแกงต่างๆ หรือเอารากแก่ๆ หั่นบางๆตากแดด เก็บไว้ชงกับน้ำร้อนแทนใบชา ดื่มเป็นประจำ เป็นยาแก้ลม วิงเวียน เมื่อย โรคในปาก ถ้าจะให้บำรุงกำลังดี ให้นำไปเผาไฟฝนกินกับน้ำปูนใส

ตำรายากลางบ้าน ของ นายแพทย์อวย เกตุสิงห์
1.กลาก เกลื้อน
ใบชุมเห็ดเทศ ใช้ใบสดๆตำให้แหลก คั้นเอาน้ำทาวันละหลายๆครั้ง หรือเอาใบที่ตำแล้วพอกไว้ก็ได้
หัวข่า ฝานเป็นแว่นบางๆ 6 แว่น แช่สุราโรง 3 ช้อนคาว ทิ้งค้างคืนไว้ เอาส่วนน้ำทา
ใบข่า เอาใบสดๆ ตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำทา
2.คอแห้ง
น้ำมะนาว เอามะนาวผ่าเป็นครึ่งลูก เอาซีกหนึ่งบีบให้น้ำไหลลงคอ อาจจะเอาเกลือป่นโรยหน้ามะนาวเสียก่อน
มะกรูด ใช้อย่างเดียวกับมะนาว
มะแว้ง เอามะแว้งสดๆ 5 หรือ 6 ลูก เคี้ยวแล้วอมไว้ในปากกลืนน้ำลายลงไปครั้งละน้อยๆ หมดรสขมจึงคายกากทิ้ง
3.ช้ำใน
ลัดตกหกล้ม ถูกชน ถูกกระแทก
ต้นบัวบก เอาทั้งต้น ใบและราก ประมาณครึ่งกำมือ ล้างสะอาดแล้วตำให้แหลกพอควร คั้นเอาแต่น้ำให้ดื่ม หรือ สับอแหลกแล้วต้มในน้ำ ให้ดื่มน้ำ ทั้งสองวิธีอาจเตมน้ำตาลให้รสดีขึ้น
ดีสัตว์ ดีหมีหรือดีงูเหลือม ดีงูเห่า เอาก้อนเท่าเมลฟ้ดถั่วขียวละลายในสุราโรงประมาณ1ช้อนโต๊ะให้กิน ถ้าเป็นเด็กก็ลดก้อนหลือครึ่งหนึ่งหรือไม่ถึงและเอาน้ำเล็กน้อยเจือเสียก่อน
4.นอนไม่หลับ
ใบขี้เหล็ก แกงใบขี้เหล็ก แบ่งกินประมาณครึ่งชาม (ใบขี้เหล็กมีสารระงับประสาท)
5.ลักปิดลักเปิด เลือดออกตามไรฟัน
มะขามป้อม ให้กินวันละหลายๆผลทุกวัน (มีวิตามินซีมาก) ควรกินส้มและมะนาวมากๆด้วย
6.หัวโน
หกล้ม กระแทกกับของแข็ง
น้ำมะนาวกับดินสอพอง เอาดินสอพองละลายในน้ำมะนาว ทาที่โนบรรเทาปวดและทำให้ยุบเร็ว
7.หิด
กำมะถันเหลือง เอากำมะถันป่นใส่ในน้ำมันหมู เคี่ยวจนละลาย ทาที่เป็นหิด หรือกินกล้วยจิ้มกำมะถันป่นก็ได้
8.เหา
มะกรูด ล้างผมให้สะอาด แล้วสระด้วยน้ำมะกรูด ตัวเหาจะตายและไข่หลุด ปลอดภัยกว่าน้ำมันก๊าดหรือ ดีดีที
9.ร้อนผิวหนัง
ดินสอพอง เอาดนสอพองละลายน้ำให้ข้นๆ แล้วทาพอกตรงส่วนที่ร้อน
10. เหงือกเป็นหนอง รำมะนาด
เปลือกต้นข่อย เอาเปลือกต้นข่อยต้มกับเกลือ ใช้น้ำอม

ตำรายา พื้นบ้านล้านนา
1.ยาแก้ไอ
ให้เอาบอนแบ้ว พริก ขิง กระเทียม เกลือ รากส้มมะโว่ เอาเท่ายาทั้งหลายตำผง ละลายน้ำมะนาวเป็นน้ำ กวาดกินหาย
2.ยาแก้คัน
เอาเอื้องเพ็ชม้า ผักคาวตอง สารส้ม เอาอาบบ้างกินบ้าง
3.ยาแก้ไข้ขึ้น
ให้เอารากมะพร้าวไฟ รากหมาก สีเสียด เทียนดำ ฝนน้ำอุ่นกิน
4.ยานิ่ว
ให้เอาต้นผักโหมหนามมาเผาไฟเป็นด่าง แล้วกรองเอาน้ำด่างจนข้นแล้วปั้นเป็นเม็ดไว้ กินวันละ 2-3เม็ด นิ่วนั้นจะละลายออกหมด
5.ยาทาแก้ลม อ่อน
ขิง ข่า แก่นผักกาด ตำเป็นผง ทากับน้ำหม้อนึ่ง ห้ามกิน
6.ยาแก้บวมปอง
หญ้าหนอนตาย ใบแมะแฮะ ต้นรมอาบด้วย หาย
7.ยาแก้สันนิบาตทุกอย่าง
ใบผีเสื้อน้อย ล้านผีป่าย หอม พริก ขิง ตำผงห่อผ้าแช่น้ำเย็นกิน
8.ยาอาบ เป็นอ่อน
เครือออน ฮ่อสะพายควาย ต้มอาบทุกวัน ไม่ให้กิน
9.ยาแก้ลงท้อง
มะปินหนุ่ม7แว่น สีเสียด ตับหมาก หอมเตียม ขมิ้น 5อย่างนี้ ตำปั้นเป็นลิ่ม แก้ลงท้อง บิดมูกเลือด กินกับน้ำปมครั่งต้ม
10.ยาแก้ระดูขาว
ให้เอา รากส้มป่อย รากหนามเก็ดเก้า รากไม้ปอบ หัวยาข้าวเย็น ต้มใส่ข้าวเจ้าเปลือกกิน



รายชื่อตัวเเทนขายสินค้า


ทาง tawakkan กาแฟสมุนไพร ท่านชาย คุณหรั่ง คุณฮาซัน คุณมิง

ผู้ดูเเล บริษัท   tawakkan

 ผุ้ดูเเล คุณ   หรั่ง 0803966808

           คุณ ฮาซัน 0856709021 

           คุณ  มัง    0862971196   

 

1.  ยะลา   คุณ ฮาซัน         0856709021 

2.  ปัตตานี   คุณ  มัง           0862971196  

3.  ปฐมธานี  คุณ หรั่ง           0803966808

4.  กทม meemee sayee      0814871122

5.  นนทบุรี คุณวิท                0817346880

6.  ประจวบขีรีขัน คุณ ธร       0819940090

7.  ภูเก็ต คุณดะห์                 0833909396

8.  เพชรบุรี คุณประสาน        0818575702

9.  สมุทรปราการ คุณตูน       0964693651

10.  บุรีรัมย ์ คุณสุทธิดา          0864113821 

11.  สุพรรณบุรี่ คุนเเอน           0844551127

12.  ระนอง  คุณ สามารถ         0887535578 

ติดต่อเป็นตัวเเทนจำหน่ายได้ที่ 0856709021

ทาง line: swap.com คับ

www.facebook.com/wabmaster.kopi

Tongkat Ali Powder

Tongkat Ali Powder  Tongkat AliTongkat ali, also known as pasak bumi or longjack, is a root traditionally used in Southeast Asia to increase libido, sexual performance and to treat erectile dysfunction. Tongkat ali is thought to work by naturally increasing free testosterone levels. Other reported effects include decreased body fat, increased muscle mass, increased energy, enhanced immune system and mental clarity. Both men and women can experience the remarkable benefits of this amazing herb.

For centuries, people of Malaysia, Indonesia and Thailand have used the Tongkat ali (longjack) root as a powerful aphrodisiac and the powder of this root is still widely used in these countries today.
This is a sought after supplement for athletes and bodybuilders due to its ability to increase testosterone in the blood by releasing metabolically inactive testosterone from binding proteins. Unbound or free testosterone typically makes up only about 2% of the testosterone in the bloodstream, so even minor changes in free testosterone levels can have a profound impact. Testosterone is one of the most important hormones in both men and women's bodies.
Benefits of tongkat ali powder for men include: increased libido and sexual performance, longer harder erections, increased muscle mass and muscle tone, reduced body fat and increased sperm count. Although women's testosterone levels may only be 10% of a man's, it's function is critical in maintaining overall health and hormonal balance.
Some of the possible health benefits of our Tongkat ali powder:
* Increase libido and sexual function
* Increase muscle mass
* Boost energy levels
* Promote healthy lipid levels
* Aid fat loss
* Improve mood
* Anti-aging qualities

Tongkat Ali - Herbal Multipurpose


Tongkat Ali
Tongkat Ali or Eurycoma longifolia jack is a small tree that grows in the forests of Malaysia and Southeast Asia. In Malaysia and Singapore known asTongkat Ali, in Thailand calledPiak or Tung Saw. Residents in these areas have been using all parts of this plant to treat various diseases. Active elements in Eurycoma longifolia include quassin, neo-quassin, glaukarubin, sedrin, and erycomanol. In general, these elements are derivatives of compounds with 20 carbon atoms.
Tongkat Ali has been known worldwide as an effective testosterone enhancer. The hormone testosterone is needed for growth and development of male reproductive organs. Adequate levels of testosterone helps maintain a higher energy level, mood, happy, increase fertility and sexual arousal.In the past, Tongkat Ali has been used as an enhancer of sexual arousal and to treat various sexual dysfunctions in traditional medicine. Now scientists have found efficacy in treating sexual dysfunction. There is so much research done to show that Tongkat Ali increases sexual performance and virility in mammals.Residents of Southeast Asia also use this herb because of his usefulness as an anti-malarial drugs, anti-piretik, anti-ulcer, and an aphrodisiac. Extracts of Tongkat Ali has been shown to increase muscle mass in humans. Therefore, Tongkat Alibecame an important component of many supplements magnifying muscle. Now many athletes and body builders have begun using Tongkat Ali supplement to increase their muscle size and strength, as well as to improve their performance in various sporting events

รากปลาไหลเผือก (Tongkat Ali)

รากปลาไหลเผือก (Tongkat Ali)
ทะเบียน 1-10-0302/1-003
ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูล : รากปลาไหลเผือก 400 มิลลิกรัม, ขนาดบรรจุ 100 แคปซูล
ขนาดรับประทาน : ครั้งละ 2 แคปซูล, ก่อนอาหาร เช้า - เย็น
Suggested use : Take 2 Capsules, 2 time/day, Before meal
ชาวไทยมุสลิมภาคใต้จะเรียกปลาไหลเผือก ว่า ตูกะอาลี หรือตุงกัตอาลี (Tongkat Ali) คือ สมุนไพรที่ช่วยกระตุ้นและเพิ่มสมรรถภาพทางเพศชายด้วยวิธีธรรมชาติอย่างได้ผล เนื่องจาก รากปลาไหลเผือก ประกอบด้วยสารที่ออกฤทธิ์เพิ่มสมรรถภาพทางเพศชายโดยตรงในปริมาณที่สูง ซึ่งสูตรลับนี้ค้นพบโดยนักวิจัยชาวสหรัฐอเมริกาคือ นายแพทย์ เรย์ ซาฮีเลี่ยน (Dr.Ray Sahelian MD.) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพรที่ช่วยส่งเสริมสมรรถภาพทางเพศตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ตงกัตอาลี เป็นสมุนไพรที่หลายประเทศให้การยอมรับมานาน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย รัฐบาลมาเลเซียส่งเสริมให้เป็นสมุนไพรส่งออกจนมีชื่อเสียงของประเทศ สมุนไพรชนิดนี้พบมากทางภาคใต้ของไทย ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปินส์
สรรพคุณของสมุนไพร รากปลาไหลเผือก 100%
ออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone)
ช่วยเพิ่มจำนวนตัวสเปิร์มในน้ำอสุจิ บำรุงสเปิร์มและไขกระดูก
บำรุงกำลัง บำรุงร่างกายให้แข็งแรง
เสริมสร้างฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth hormone) ซึ่งจะช่วยในการชะลอความเสื่อมหรือ ชะลอความชราให้กับร่างกาย
เสริมสมรรถภาพทางเพศให้สมบูรณ์ โดยช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวดีขึ้น ทำให้เกิดการตื่นตัวทางเพศ ทำให้มีความคงทนในการมีเพศสัมพันธ์ได้นานขึ้น
เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือด
ป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูง,โรคเบาหวาน,ลดน้ำตาลในเลือด, บำรุงไต
ลดไข้ ลดอาการเมื่อยล้า เพิ่มพลังงาน และเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
ประกอบด้วย Superoxide dimutase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
ลดภาวะวัยทองในผู้ชาย และหญิง, แก้ปวดมดลูกและตกขาวในผู้หญิง
มีคุณสมบัติในการต่อต้านเซลล์มะเร็งปอดและมะเร็งเต้านมได้ มีฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรีย
ช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอว แก้ปวดกระดูก
ใช้ในการรักษาอาการข้อเสื่อมรูมาติก, เก๊าต์ และอื่นๆ เช่น อาการปวดข้อในหญิงวัยหมดประจำเดือน

ข้อควรระวังในการใช้
รับประทานตามปริมาณที่แนะนำไม่มีผลข้างเคียง
สำหรับบางคนเมื่อรับประทานอาจจะมีอาการปวดเมื่อย วิงเวียน แก้ไขโดยการดื่มน้ำเยอะๆ จนกว่าอาการจะหายไป ทางที่ดีควรเริ่มรับประทานในปริมาณน้อยๆ ก่อนแล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณตามคำแนะนำ
การใช้เป็นยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศควรใช้และหยุด ในระยะเวลาเท่าๆ กัน เช่น วันเว้นวัน , การใช้ในปริมาณสูงและติดต่อกันนาน อาจเกิดผลข้างเคียงต่อฮอร์โมนแอนโดรเจน คือ อาจทำให้ต่อมลูกหมากโตและทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ

การสร้างฮอร์โมนเพศชาย มาจากต่อมไฮโปทาลามัสจะทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน จีเอ็นอาร์เอช (GNRH) ไปกระตุ้นลูกอัณฑะให้สร้างฮอร์โมนเพศชายขึ้น คือ Testosterone จะมีระดับสูงสุดในช่วงตอนเช้าประมาณ 5-7 โมงเช้า Testosterone มีผลกับการพัฒนาลักษณะรูปร่างของเพศชาย ช่วยในเรื่องความคงทนของกล้ามเนื้อและ รักษาสภาพหรือเพิ่มมวลของกล้ามเนื้อ อารมณ์ทางเพศ และสมรรถภาพทางเพศ ฮอร์โมนตัวนี้ยังทำให้คุณภาพของการนอนหลับดีขึ้น เพิ่มพลังงานของจิตใจและร่างกาย และยังสนับสนุนการพัฒนาทางอารมณ์
ฮอร์โมนเพศชายยังมีบทบาทในการสังเคราะห์โปรตีน ซึ่งมีผลต่อกิจกรรมในการผลิตพลังงานของร่างกาย เช่น การผลิตเม็ดเลือดแดงในไขกระดูก การจัดรูปร่างของกระดูก การเผาผลาญของไขมันและแป้ง และการเจริญเติบโตของต่อมลูกหมาก
เทสทอสเตอร์โรนจะมีระดับสูงสุดเมื่ออายุราวๆ 20 ปี จากนั้นก็จะค่อย ๆ ลดลงอย่างช้า ๆ โดยเฉลี่ยปีละ 2% เมื่ออายุมากขึ้น จะทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น กล้ามเนื้อลีบเล็ก อ้วนลงพุง ผมบางลง ความรู้สึกและความต้องการทางเพศลดลง เกิดภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวได้ไม่นาน มีผลต่อการดำเนินชีวิตและสภาพทางจิตใจ ทำให้ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ซึมเศร้า ห่อเหี่ยว การเพิ่มฮอร์โมนเพศชายโดยวิธีธรรมชาติก็จะทำให้สามารถรักษาระดับฮอร์โมนเพศให้อยู่ในระดับปกติได้
ภาวะการถดถอยของฮอร์โมนเทสโทสเตอรอน การเข้าสู่วันทองของผู้ชายเกิดจากการค่อยๆ สูญเสียฮอร์โมนทางเพศ เทสโทสเตอโรน โดยจะเกิดหลังช่วงอายุ 35-40 ปีเป็นต้นไป โดยจะมีอาการในลักษณะต่างๆ ดังนี้เช่น อาการหงุดหงิดง่าย นอนไม่ค่อยหลับ ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกผิดปกติ มีอาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และจากการวิจัยพบว่า ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน เป็นฮอร์โมนที่สำคัญต่อการทำงานในทุกส่วนของร่างกาย การมีระดับฮอร์โมนที่ต่ำจะก่อให้เกิดภาวะไขมันในเส้นเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นต้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :หน่วยปฏิบัติการวิจัยเคมีสารสนเทศ, คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, http://thrai.sci.ku.ac.th/node/909

ประโยชน์ทางสมุนไพร :

ใช้ในการรักษา อาการข้อเสื่อม โดยเข้าไปในกระบวนการเมตาบอลิซึมของคอลลาเจน เพื่อมส่อมแซม เอ็นต่างๆ(tendon),ligament,cartilac ที่เสื่อม(เช่นรูมาติก,อาร์ทิสติก),Pariodontal,ghout และอื่นๆ เช่นปวดข้อในหญิงวัยหมดประจำเดือน ใช้บำรุงเซ็กซ์ เสริมสมรรถภาพทางเพศ และช่วยเพิ่มจำนวนตัวสเปิร์มในน้ำอสุจิ เพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวของตัวสเปิร์ม  นอกจากนี้ ยังช่วยในการรักษาโรคต่างๆ โดยเข้าไปเสริมสารต่างที่มีผลต่อโรคนั้นเช่น กระเพาะอาการอักเสบ ลดไข้ หอบหืด สร้างสมดุลให้กับฮอร์โมนเพศหญิง
หมายเหตุ:
สามารถใช้ได้กับทุกกลุ่มอายุ โดยไม่มีผลข้างเคียง แต่เนื่องจาก เป็นสมุนไพร ที่ร้อน ดังนั้จึง ควรเริ่ม ด้วยขนาดตำๆก่อน แล้ว ค่อยเพิ่มปริมาณ ตามพยาธิสภาพ ของโรค และร่างกายของผู้ป่วย
มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ดังนั้นควรดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อทดแทนน้ำที่ขับออกมา
งานวิจัยที่สำคัญขั้นพื้นฐาน
ประกอบด้วย
v  วิจัยเรื่องความร้อนและพลังงาน
v  วิจัยเรื่องการกระตุ้นความปรารถนาทางเพศจากฮอร์โมนเทสทอสเตอร์โรน
v  วิจัยเรื่องการต่อต้านเชื้อมาลาเรีย
v  วิจัยเรื่องการต่อต้านการเกิดมะเร็ง
v  วิจัยเรื่องการป้องกันและรักษาไข้
v  และ วิจัยเรื่องการต่อต้านอนุมูลอิสระ
ปลาไหลเผือกหรือตองกาทอาลี กับงานวิจัยมะเร็งและเอชไอวี
ได้ศึกษาโดยสำนักเภสัชวิทยา คณะเภสัชและยา มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้ค้นพบคุณสมบัติในการต่อต้านการเกิดมะเร็งโดยการแยกหรือสกัดปฏิกิริยาการต่อต้านการเกิดเม็ดโลหิตขาวเป็นพิษจากปลาไหลเผือกหรือตองกาทอาลี ก่อนหน้านั้นมีผลการศึกษาจากสถาบันMIT ที่สนับสนุนและควบคุมโดยรัฐบาลมาเลเซีย พบส่วนประกอบของเคมีบางตัวจากรากปลาไหลเผือก หรือตองกาทอาลีที่โชว์คุณสมบัติในการต้านการเกิดมะเร็งและต้านปฏิกิริยาการเกิดเอชไอวี ปลาไหลเผือกหรือตองกาทอาลีบางทีอาจช่วยผู้ป่วยที่เป็นโรคเอชไอวีโดยการรักษาสภาพความสมบูรญ์ของฮอร์โมนในร่างกายและส่งเสริมหรือให้พลังงานแก่ร่างกายที่มีสภาพอ่อนล้าจากเอชไอวี

Tongkat Ali and Androgen Levels
ปลาไหลเผือกหรือตองกาทอาลีกับระดับเอนโดเจน
คนทั่วไปมักจะรู้จักฮอร์โมนเอนโดเจน เช่น ดีเอชอีเอ,เทสทอสเตร์โรน และโปรเจสเตอร์โรน ว่าฮอร์โมนเหล่านี้จะมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับสภาพหรือประสิทธิภาพเรื่องเซ็กซ์ และบทบาทของเซ้กซ์ แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ออร์โมนเหล่านี้ยังมีบทบาทที่ขาดไม่ได้ในการควบคุมเรื่องพลังงาน การสร้างกล้ามเนื้อ น้ำหนัก อารมณ์ดี การสร้างไขกระดูก และระบบการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระดับแอนโดเจนจะมีสภาวะที่ลดต่ำลงทั้งในชายและหญิง ระดับเทสทอสเตอโรนเองก็ลดลงตามอายุ จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์หรือแพทย์พบว่า เทสทอสเตอร์โรนจะมีระดับสูงสุดเมื่ออายุราวๆ 20 ปี และในบั้นปลายของชีวิตจะมีระดับเทสทอสเตอร์โรนเพียง 20%-50%เมื่ออายุ 80 ปี โดยเฉลี่ยแล้วจะลดลง 2% ต่อปี ผู้ชายทั่วไประดับเทสทอสเตอร์โรนจะเริ่มลดลงจนถึงระดับ 350 ng/ml เป็นระดับที่ประสิทธิภาพทางกายต่ำเมื่อมีอายุช่วง 50-60 ปี โดยปรกติทั่วไปเทสทอสเตอร์โรน ควรจะมีอยู่ในเลือดที่ระดับ 500-1,100 ng/ml เพื่อการบำบัดก็ควรจะมีระดับอยู่ราว 1500ng/ml
ส่วนผู้หญิง ภายในรังไข่จะรับผิดชอบในการผลิตเทสทอสเตอร์โรน ประมาณ 40% ของทั้งหมดที่ผลิตได้จากร่างกาย เมื่อระดับเทสทอสเตอร์โรนลดลง จะมีอาการอ่อนล้า น้ำหนักเพิ่ม สมรรถนะทางกาย พลังงาน และอารมณ์ต่ำลง ที่สำคัญจะขาดความต้องการทางเพศ ปลาไหลเผือกจะเป็นตัวช่วย ให้ระบบต่อมไร้ท่อมีความสมบูรณ์ในการผลิตแอนโดเจน


Tongkat Ali Aphrodisiac Properties
ปลาไหลเผือกกับคุณสมบัติการกระตุ้นกามารมณ์
ปลาไหลเผือกกระตุ้นให้อัณฑะผลิตเทสทอสเตอร์โรนมากขึ้นด้วยตัวเอง โดยการส่งสัญญานไปที่ระบบประสาทส่วนกลางและต่อมพิททุอิทารี่ ไม่ใช่เป็นการให้ฮอร์โมนสังเคาะห์ ร่างกายเราสามารถรับเอาเทสทอสเตอร์โรนสังเคาะห์ได้ แต่ไอ้เจ้าฮอร์โมนสังเคาะห์จะเป็นตัวค่อยขัดขวางระบบต่างๆทางเพศ เป็นเหตุให้เจ้าโลกและอัณฑะของเราเหี่ยวเฉาลง เพราะว่าเมื่เทสทอสเตอร์โรนมีระดับ(เทียม)สูงขึ้น ฮอร์โมนเพศ( แอนโดเจน และ เอสโทรเจน) จะส่งสัญญานไปให้ร่างกายสั่งลดระดับหรือหยุดการผลิตเทสทอสเตอร์โรนเองของร่างกายลง เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "negative feedback" หรือ “การสนองตอบด้านลบ” ปลาไหลเผือกจะขัดขวางปฏิกิริยานี้ไม้ให้ไปยังระบบประสาทส่วนกลางและต่อมพิททุอิทารี่ รับรู้เพื่อเหตุผลที่ต้องการให้ร่างกายยังคงผลิตและยกระดับเทสทอสเตอร์โรน ทำให้อัณฑะสามารถผลิตเทสทอสเตอร์โรนได้เต็มหน้าที่และขีดความสามารถ เจ้าโลกและอัณฑะของท่านก็จะมีการเพิ่มขนาดที่ใหญ่โตขึ้น(ยืนยันว่าจริง)

Tongkat Ali Increase Energy Level
ปลาไหลเผือกกับการเพิ่มพลังงาน
พลังงานในร่างกายเราถูกสะสมอยู่ในรูปของ ATP (adenosine triphosphate) ซึ่งเป็นโมเลกุลที่มีพลังงานสูงมาก ถูกใช้โดยร่างกายเพื่อที่จะทำกิจกรรมต่างๆ จากการศึกษาและทดลองกับสัตว์ ปลาไหลเผือกมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงขบวนการผลิตพลังงานท่ามกลางปฏิกิริยาเรืองแสงภายในระบบเซลหรือในไมโตรคอนเดรีย (ชักจะลึก) ด้วยเหตุผลนี้ ปลาไหลเผือกสามารถที่จะนำมาบริโภคเพื่อกระตุ้นหรือยกระดับของพลังงาน ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถเอาชนะความเฉื่อยชา และความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี นอกจากการเพิ่มพลังงานปลาไหลเผือกยังดูเหมือนว่าช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหารเพื่อให้เกิดพลังงานอีกด้วยปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้เรารู้สึกมีอาการร้อนจากตามตัวจากการบริโภคปลาไหลเผือกครับผม

Tongkat Ali Increase Fertility
ปลาไหลเผือกกับความสมบูรณ์ของเสปิร์ม
จากการศึกษาพบว่า รากปลาไหลเผือกตัวเสปิร์มดีและแข็งแรง มีการเพิ่มขึ้นของจำนวนตัวอสุจิ ขนาด และความเร็วในการเคลื่อนที่ด้วย จากงานวิจัยการทดสอบกับหนูพบว่ามากเป็นเท่าตัว

Tongkat  Ali  Anti-Oxidant Properties
ปลาไหลเผือกกับปฏิกิริยาต่อต้านอนุมูลอิสระ
การศึกษาที่เกี่ยวข้องหลายๆครั้งที่ผ่านมาโดยนักวิจัยชาวมาเลเซีย พบว่า รากปลาไหลเผือกประกอบไปด้วย Superoxide dimutase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระนั้นคือความสามารถในการหยุดยั้งปฏิกิริยาลูกโซ่ที่จะเป็นโทษต่อร่างกายเรา และทำให้ชลอความชราลงได้

ทองกาดอาลี Tongkat Ali พืชต้านมะเร็ง-เอดส์ในมาเลย์ (ว่านปลาไหลเผือก)
โดย เจ้าของร้าน
เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา
สาระน่ารู้เรื่อง ทองกาดอาลี Tongkat Ali (ว่านปลาไหลเผือก)
พบพืชต้านมะเร็ง-เอดส์ในมาเลย์


สมุนไพร อันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้รับการยอมรับจากต่างชาติอยู่เนืองๆ ว่ามีคุณสมบัติทางการแพทย์ไม่แพ้ยาปฏิชีวนะ ล่าสุดนักวิจัยมาเลเซีย พบสารเคมีในพืชท้องถิ่น ที่เดิมใช้ช่วยเพิ่มความปรารถนาทางเพศ แต่เมื่อวิจัยอย่างถึงแก่นแล้วกลับพบว่า มันมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็งและเชื้อเอชไอวีได้ด้วย หน่วยงานของรัฐบาลมาเลเซียและสถาบันเทคโนโลยีแมทซาซูเสส หรือเอ็มไอทีได้ออกมาเปิดเผยถึงการค้นพบ องค์ประกอบของสารเคมีในพืชท้องถิ่นที่ชื่อ " Tongkat Ali " มีคุณสมบัติช่วยต้านมะเร็งและเชื้อเอชไอวี ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเอดส์
Tongkat Ali มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า "ยูรีโคมา ลองกิโฟเลีย" โดยเป็นพืชที่มีชื่อเสียงด้านการช่วยเพิ่มพลังทางเพศในชาย นอกจากนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ของมาเลเซีย ยังนิยมใช้พืชชนิดนี้มาช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนได้ดีขึ้น และยังใช้รักษาผิวหนังที่เกิดการติดเชื้อได้อีกด้วย

คุณประโยชน์จาก Tongkat Ali
Tongkat Ali ใช้สำหรับผู้ที่อ่อนแอ อ่อนเพลีย อดนอน หรือสูญเสียพลังงานมาก ช่วยรักษาอาการท้องผูก ท้องเสีย ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสได้ ช่วยรักษาและปรับความดันภายในเลือดให้เป็นปกติ ทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวา มีกำลัง ทำให้เกิดความกระปรี้กระเปร่าทั้งทางร่างกายและจิตใจ

Tongkat Ali ยังมีสรรพคุณในการช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ช่วยการไหลเวียนโลหิตในเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำบริเวณอวัยวะเพศ
โดยรักษาระดับความดันในรอบหมุนเวียนโลหิตให้คงตัว ช่วยชะลอการหลั่ง การปัสสาวะ ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความแข็งแรงโดยการ
บำรุง ไต โดยบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นเนื่องจากความบกพร่องของไตซึ่งเป็นสาเหตุของความ อ่อนแอในการมีเพศสัมพันธ์ อีกทั้งยังถูกใช้ในการบำรุง sperm และไขกระดูก และยังสามารถเพิ่มความสมบูรณ์ในชายและหญิงด้วย

ในประเทศมาเลเซีย ยังนิยมใช้ Tongkat Ali มาช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนดีขึ้น และยังช่วยรักษาโรคผิวหนังที่เกิดการติดเชื้อได้อีกด้วย

การวิจัยทางวิทยาศาสตร์
การ วิจัยโดยนักวิทยาศาสตร์พบว่า สารสกัดใน Tongkat Ali มีคุณสมบัติในการต่อต้านเซลล์มะเร็งปอดและมะเร็งเต้านมได้ และยังมีสารที่ต่อต้านเชื้อโรคมาลาเรียอีกด้วย
“ ยาอายุวัฒนะ เสริมพลังชีวิต”ผลจากการวิจัยเป็นสมุนไพรไทยที่ออกฤทธิ์ในทางยา
จนได้รับสมญานาม ใช้บำบัดอาการของ “โรคร้อยชนิด ” เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีรายงานข่าวจาก
หนังสือพิมพ์ “นิวเสตรไทม์ ” ของประเทศมาเลเซียออกมาประโคมข่าวถึงสรรพคุณ
และมี นพ. DR.John Molm saod มหาวิทยาลัยมาเลเซียได้ออกมารับรองผลการพิสูจน์
ถึงสรรพคุณ ที่พิเศษไม่เหมือนพืชสมุนไพรชนิดอื่น คือช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
และยังเป็นสารที่ประโยชน์ต่อการพัฒนาการของอวัยวะเพศ และบำรุงสมองของมนุษย์ อีกด้วย
ผลการพิสูจน์จากห้องวิจัย ยังพบว่ามีคุณสมบัติทางการแพทย์หลายประการด้วยกัน คือ สรรพคุณดังกล่าว
ได้แก่ทำให้ร่างกายมีกำลังขึ้น อดทนและแข็งแกร่งมากขึ้นเป็นเสมือนยา เพิ่มพลังทางเพศที่ดีที่สุดตามธรรมชาติ
มีคุณสมบัติต้านไวรัส, ต่อต้านโรคไข้มาลาเรีย, ลดอาการไข้ขึ้นสูง,  ต้านโรคของอาการภูมิแพ้ ต่าง ๆ , ต้านความเครียดและลดอารมณ์กังวล ต่อต้านการเป็นพิษต่อเซลล์เนื้อเยื่อ ( ต้านเซลล์มะเร็ง ) ลดความดันโลหิตสูง
บำบัดโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่นโรคลำไส้, โรคกระเพาะอาหาร,  ต่อต้านอนุมูลอิสระ,
กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและมีสรรพคุณเหนือกว่าไวอากร้า
ประโยชน์ทางสมุนไพร :
ใช้ในการรักษา อาการข้อเสื่อม โดยเข้าไปในกระบวนการเมตาบอลิซึมของคอลลาเจน เพื่อซ่อมแซม เอ็นต่างๆ(tendon),ligament,cartilac ที่เสื่อม(เช่นรูมาติก,อาร์ทิสติก) ,Pariodontal,ghout และอื่นๆ เช่นปวดข้อในหญิงวัยหมดประจำเดือน ใช้บำรุงเซ็กซ์ เสริมสมรรถภาพทางเพศ และช่วยเพิ่มจำนวนตัวสเปิร์มในน้ำอสุจิ เพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวของตัวสเปิร์ม  นอกจากนี้ ยังช่วยในการรักษาโรคต่างๆ โดยเข้าไปเสริมสารต่างที่มีผลต่อโรคนั้นเช่น กระเพาะอาการอักเสบ ลดไข้ หอบหืด สร้างสมดุลให้กับฮอร์โมนเพศหญิง
หมายเหตุ:
สามารถใช้ได้กับทุกกลุ่มอายุ โดยไม่มีผลข้างเคียง แต่เนื่องจาก เป็นสมุนไพร ที่ร้อน ดังนั้นจึง ควรเริ่ม ด้วยขนาดต่ำๆก่อน แล้ว ค่อยเพิ่มปริมาณ ตามพยาธิสภาพ ของโรค และร่างกายของผู้ป่วยมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ดังนั้นควรดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อทดแทนน้ำที่ขับออกมา
งานวิจัยที่สำคัญขั้นพื้นฐาน
ปลาไหลเผือกหรือตองกาทอาลี กับงานวิจัยมะเร็งและเอชไอวี
ได้ศึกษาโดยสำนักเภสัชวิทยา คณะเภสัชและยา มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้ค้นพบคุณสมบัติในการต่อต้านการเกิดมะเร็งโดยการแยกหรือสกัดปฏิกิริยาการ ต่อต้านการเกิดเม็ดโลหิตขาวเป็นพิษจากปลาไหลเผือกหรือตองกาทอาลี ก่อนหน้านั้นมีผลการศึกษาจากสถาบันMIT ที่สนับสนุนและควบคุมโดยรัฐบาลมาเลเซีย พบส่วนประกอบของเคมีบางตัวจากรากปลาไหลเผือก หรือตองกาทอาลีที่โชว์คุณสมบัติในการต้านการเกิดมะเร็งและต้านปฏิกิริยาการ เกิดเอชไอวี ปลาไหลเผือกหรือตองกาทอาลีบางทีอาจช่วยผู้ป่วยที่เป็นโรคเอชไอวีโดยการรักษา สภาพความสมบูรญ์ของฮอร์โมนในร่างกายและส่งเสริมหรือให้พลังงานแก่ร่างกายที่ มีสภาพอ่อนล้าจากเอชไอวี
ปลาไหลเผือกหรือตองกาทอาลีกับระดับเอนโดเจน
คนทั่วไปมักจะรู้จักฮอร์โมนเอนโดเจน เช่น ดีเอชอีเอ,เทสทอสเตร์โรน และโปรเจสเตอร์โรน ว่าฮอร์โมนเหล่านี้จะมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับสภาพหรือประสิทธิภาพเรื่อง เซ็กซ์ และบทบาทของเซ้กซ์ แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ออร์โมนเหล่านี้ยังมีบทบาทที่ขาดไม่ได้ในการควบคุมเรื่องพลังงาน การสร้างกล้ามเนื้อ น้ำหนัก อารมณ์ดี การสร้างไขกระดูก และระบบการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระดับแอนโดเจนจะมีสภาวะที่ลดต่ำลงทั้งในชายและหญิง ระดับเทสทอสเตอโรนเองก็ลดลงตามอายุ จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์หรือแพทย์พบว่า เทสทอสเตอร์โรนจะมีระดับสูงสุดเมื่ออายุราวๆ 20 ปี และในบั้นปลายของชีวิตจะมีระดับเทสทอสเตอร์โรนเพียง 20%-50%เมื่ออายุ 80 ปี โดยเฉลี่ยแล้วจะลดลง 2% ต่อปี ผู้ชายทั่วไประดับเทสทอสเตอร์โรนจะเริ่มลดลงจนถึงระดับ350 ng/ml เป็นระดับที่ประสิทธิภาพทางกายต่ำเมื่อมีอายุช่วง 50-60 ปี โดยปรกติทั่วไปเทสทอสเตอร์โรน ควรจะมีอยู่ในเลือดที่ระดับ500-1,100 ng/ml เพื่อการบำบัดก็ควรจะมีระดับอยู่ราว1500ng/ml
ส่วนผู้หญิง ภายในรังไข่จะรับผิดชอบในการผลิตเทสทอสเตอร์โรน ประมาณ 40% ของทั้งหมดที่ผลิตได้จากร่างกาย เมื่อระดับเทสทอสเตอร์โรนลดลง จะมีอาการอ่อนล้า น้ำหนักเพิ่ม สมรรถนะทางกาย พลังงาน และอารมณ์ต่ำลง ที่สำคัญจะขาดความต้องการทางเพศ ปลาไหลเผือกจะเป็นตัวช่วย ให้ระบบต่อมไร้ท่อมีความสมบูรณ์ในการผลิตแอนโดเจน


ปลาไหลเผือกกับคุณสมบัติการกระตุ้นกามารมณ์
ปลาไหลเผือกกระตุ้นให้อัณฑะผลิตเทสทอสเตอร์โรนมากขึ้นด้วยตัวเอง โดยการส่งสัญญานไปที่ระบบประสาทส่วนกลางและต่อมพิททุอิทารี่ ไม่ใช่เป็นการให้ฮอร์โมนสังเคาะห์ ร่างกายเราสามารถรับเอาเทสทอสเตอร์โรนสังเคาะห์ได้ แต่ไอ้เจ้าฮอร์โมนสังเคาะห์จะเป็นตัวค่อยขัดขวางระบบต่างๆทางเพศ เป็นเหตุให้เจ้าโลกและอัณฑะของเราเหี่ยวเฉาลง เพราะว่าเมื่เทสทอสเตอร์โรนมีระดับ(เทียม)สูงขึ้น ฮอร์โมนเพศ( แอนโดเจน และ เอสโทรเจน) จะส่งสัญญานไปให้ร่างกายสั่งลดระดับหรือหยุดการผลิตเทสทอสเตอร์โรนเองของ ร่างกายลง เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “negative feedback“ หรือ “การสนองตอบด้านลบ” ปลาไหลเผือกจะขัดขวางปฏิกิริยานี้ไม้ให้ไปยังระบบประสาทส่วนกลางและต่อม พิททุอิทารี่ รับรู้เพื่อเหตุผลที่ต้องการให้ร่างกายยังคงผลิตและยกระดับเทสทอสเตอร์โรน ทำให้อัณฑะสามารถผลิตเทสทอสเตอร์โรนได้เต็มหน้าที่และขีดความสามารถ เจ้าโลกและอัณฑะของท่านก็จะมีการเพิ่มขนาดที่ใหญ่โตขึ้น(ยืนยันว่าจริง)
ปลาไหลเผือกกับการเพิ่มพลังงาน
พลังงานในร่างกายเราถูกสะสมอยู่ในรูปของ ATP (adenosine triphosphate) ซึ่ง เป็นโมเลกุลที่มีพลังงานสูงมาก ถูกใช้โดยร่างกายเพื่อที่จะทำกิจกรรมต่างๆ จากการศึกษาและทดลองกับสัตว์ ปลาไหลเผือกมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงขบวนการผลิตพลังงานท่ามกลาง ปฏิกิริยาเรืองแสงภายในระบบเซลหรือในไมโตรคอนเดรีย (ชักจะลึก) ด้วยเหตุผลนี้ ปลาไหลเผือกสามารถที่จะนำมาบริโภคเพื่อกระตุ้นหรือยกระดับของพลังงาน ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถเอาชนะความเฉื่อยชา และความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี นอกจากการเพิ่มพลังงานปลาไหลเผือกยังดูเหมือนว่าช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญ อาหารเพื่อให้เกิดพลังงานอีกด้วยปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้เรารู้สึกมีอาการ ร้อนจากตามตัวจากการบริโภคปลาไหลเผือกครับผม
ปลาไหลเผือกกับความสมบูรณ์ของเสปิร์ม
จากการศึกษาพบว่า รากปลาไหลเผือกตัวเสปิร์มดีและแข็งแรง มีการเพิ่มขึ้นของจำนวนตัวอสุจิ ขนาด และความเร็วในการเคลื่อนที่ด้วย จากงานวิจัยการทดสอบกับหนูพบว่ามากเป็นเท่าตัว
ปลาไหลเผือกกับปฏิกิริยาต่อต้านอนุมูลอิสระ
การศึกษาที่เกี่ยวข้องหลายๆครั้งที่ผ่านมาโดยนักวิจัยชาวมาเลเซีย พบว่า รากปลาไหลเผือกประกอบไปด้วยSuperoxide dimutase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระนั้นคือความสามารถในการหยุด ยั้งปฏิกิริยาลูกโซ่ที่จะเป็นโทษต่อร่างกายเรา และทำให้ชะลอความชราลงได้

” หลากหลายตำนาน หลากหลายป่า ของ ปลาไหลเผือก
ปลาไหลเผือก…
สมุนไพรที่ใช้เปรียบเสมือนไม้เท้าของท่านอาลี …แสดงถึงความทรงพลังและความมีอายุยืนชาวไทยมุสลิมภาคใต้จะเรียกปลาไหลเผือกว่า ตงกัท อาลี (Tongkat Ali)ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับที่คนมาเลเซียเรียกกัน “ตงกัท” แปลว่าไม้เท้า “อาลี”คือ นักรบที่เก่งกล้า มีพละกำลังแข็งแกร่งในประวัติศาสตร์ของศาสนาอิสลาม ท่านอาลีรบเคียงข้างมากับท่านศาสดานบีมูฮำหมัด (ซ.ล)  ดังนั้นชื่อ “ตงกัทอาลี” จึง มีความหมายถึงความทรงพลังและความมีอายุยืน จากการเรียกชื่อเช่นนั้นทำให้เชื่อกันว่าปลาไหลเผือกเป็นสมุนไพรที่มีการใช้ มานานนับพันปีแล้ว ชุมชนในสามจังหวัดภาคใต้นิยมนำทั้ง “แก่นและราก” ของ ตงกัทอาลีมาต้มน้ำกินวันละ ๓-๔ ครั้งและก่อนนอน ถือเป็นยาโด๊บชั้นยอด สามารถบำรุงกำลังและบำรุงสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย แม้จะมีรสขมจัดก็ตาม นอกจากต้มกินแล้วบางคนยังใช้ทำเป็นชา ชงกินต่างใบชา เพื่อบำรุงกำลัง นอกจากจะใช้ประโยชน์ในการเป็นยาโด๊บแล้ว “ตงกัท อาลี” ยังใช้ต้มกินเพื่อป้องกันและรักษาไข้ป่า แก้ปวดเมื่อย แก้ปวดทั่วไป

ปลาไหลเผือก…สมุนไพรเพิ่มพลังของพรานไพร และนายฮ้อย
พ่อสมจิต ตีเหล็ก ลูกชายหมอยา ปู่อ่ำ ตีเหล็ก จากจังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันพ่อสมจิตมีอายุ ๗๔ ปีพ่อเล่าว่าสมัยก่อนนายฮ้อย หรือผู้ต้อนฝูงควายตระเวนขายตามหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศไทย ต้องร่อนเร่ข้ามเขา ข้ามห้วย บางครั้งต้องเดินทางผ่านป่าผ่านดงเป็นเดือนๆ สมุนไพรบบำรุงกำลังที่คู่มากับ การเดินทางไกลและยาวนานก็คือ ปลาไหลเผือก พวกนายฮ้อยจะใช้รากปลาไหลเผือกต้มน้ำดื่มช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง อดทน คลายอาการปวดเมื่อยป้องกันและรักษาอาการไข้ขึ้นระหว่างเดินทาง ทำให้แผลหายเร็วขึ้นด้วยและยังใช้รากปลาไหลเผือกผสมกับสมุนไพรโลดทะนงแดง ทารกวัวรกควายเพื่อเบื่อหมาในที่มักชอบมาขโมยลูกวัวลูกควายคลอดใหม่ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการดื่มน้ำต้มรากปลาไหลเผือกนอกจากเพื่อบำรุงกำลังให้ ข้ามเขาข้ามห้วยได้แล้ว ยังกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี บรรเทาอาการผื่นคันบริเวณผิวหนังส่วนพ่อบุญมี ได้ฤกษ์ พรานไพรแห่งป่าเขาใหญ่ (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)เคยเล่าให้ฟังว่า ในการเดินป่านั้นจะขาดปลาไหลเผือกไม่ได้เพราะปลาไหลเผือกต้มกินทำให้มีกำลัง เดินป่าเดินเขา ใช้รักษาไข้ป่า เวลาที่ปวดท้องอย่างแรง (กระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลัน)ถ้าใช้ต้มกินหรือเคี้ยวกินทันทีอาการจะหาย เป็นปลิดทิ้ง หรือถ้ามีอาการปวดท้องจากโรคกระเพาะก็ใช้ได้ผล และพ่อบุญมียังเล่าว่ารากปลาไหลเผือกใช้ในการรักษาตัดไข้ แก้พิษทุกชนิด เช่น พิษแมลงสัตว์กัดต่อย พิษฝี ทั้งฝีภายใน ฝีภายนอก และพุพอง พรานสมัยก่อนจึงมักจะมีรากปลาไหลเผือกตากแห้งติดตัวติดบ้านไว้เสมอ เป็นที่น่าแปลกใจว่า การศึกษาวิจัยสมัยใหม่พบว่าปลาไหลเผือกมีสรรพคุณในการเพิ่มความแข็งแรง ของนักกีฬาได้อย่างชัดเจนด้วย
ปลาไหลเผือก…ขมสามดอย ยาดีของไทยใหญ่XML:NAMESPACE PREFIX = O />

มีครั้งหนึ่งเมื่อต้องเดินป่าไปเก็บยาสมุนไพรกับหมอยาไทยใหญ่ ที่ตำบล เปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ พ่อหมอยาได้พาเดินไต่เขาไปสองสันเขา เพื่อไปดูยาสมุนไพรต้นที่มีชื่อว่า ขมสามดอย อันมีความหมายถึงเดินขาลากไปสามดอยแล้วยังไม่หายขมหรือทำให้มี กำลังเดินได้ถึงสามดอยก็ได้ เจอต้นขมสามดอยของไทยใหญ่ก็เป็นต้นเดียวกับปลา ไหลเผือกที่คุ้นเคยอยู่แล้วพ่อหมอยังบอกอีกว่า รากปลาไหลเผือกต้มกินแก้ไข้หนาวสั่น (ซึ่งน่าจะเป็นไข้มาลาเรีย)จะใช้เฉพาะตัวมันตัวเดียวหรือต้มรวมกับงูเห่า เหลือง (เถางูเห่า)ก็ได้ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าใช้รากปลาไหลเผือกต้มกินทำให้หนังเหนียว คงกะพัน บำรุงกำลังอย่างยอด
 ปลาไหลเผือก …ยาล้างพิษยาเสพติด
 ปลาไหลเผือกค่อยๆ ถูกลืมไปพร้อมกับการพัฒนาโรงพยาบาลสมัยใหม่แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีวัดวาอารามหลายแห่งประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านในการรักษายาเสพติด โดยนำสมุนไพรแก้พิษของหมอยาโบราณมาใช้ในการดูแลผู้ป่วย สมุนไพรที่นำกลับมา ใช้ใหม่ มาในนามของยาสามรากอันประกอบด้วย รากปลาไหลเผือก รากโลดทะนงแดงต้นฮังฮ้อน โดยโลดทะนงแดง (นางแซง) มีสรรพคุณ ถอนพิษยาเบื่อเมา ทำให้อาเจียน ทำให้ถ่าย ปลาไหลเผือก (พญารากเดียว) มีสรรพคุณ แก้ไข้ ถ่ายพิษ บำรุงกำลัง ฮังฮ้อน (พญารากไฟ) แก้เลือดไม่เดินทำให้เลือดเดินสะดวก ทั้งสามอย่างนี้ใช้แก้อาการลงแดงจากยาเสพติด เอายาสามรากฝนกับน้ำมะนาวกิน ก่อนอาหาร เช้า-เย็นหรือต้มน้ำดื่มก็ได้ ปลาไหลเผือก…จึงได้รับการพูดถึงอีกครั้งหนึ่ง
 แต่เมื่อไม่นานมา นี้มีข่าวคราวการจดสิทธิบัตรสมุนไพรที่มีอยู่ในประเทศไทยและประเทศเพื่อน บ้าน ในการเป็นยาเพิ่มสมรรถภาพของเพศชายในประเทศสหรัฐอเมริกา… “ปลาไหลเผือก”

การศึกษาวิจัยสมัยใหม่
สารสกัดรากปลาไหลเผือกทำให้เกิดการตื่นตัวทางเพศทำให้มีความคงทนในการมี เพศสัมพันธ์ได้นานขึ้นจากความเชื่อของคนพื้นเมืองในประเทศที่มีสมุนไพรปลา ไหลเผือกอยู่ เชื่อว่าสมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณในการเป็นยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งมีการศึกษาทั้งในหนูสูงอายุหนูอายุปานกลาง หนูหนุ่มที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ พบว่ากลุ่มที่ได้รับสารสกัดรากปลาไหลเผือกถูกปลุกเร้าทางเพศและมีความคงทนใน การมีเพศสัมพันธ์ได้ดีกว่าหนูกลุ่มควบคุมซึ่งการศึกษาดังกล่าวสนับสนุนการ ใช้ประโยชน์ของคนพื้นเมืองเหล่านั้น แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีการศึกษาในคน ถึง
ประสิทธิผลของสมุนไพรชนิดนี้สารที่มีรสขมในรากปลาไหลเผือกคือ Eurycomalactone, Eurycomanolและ Eurycomanoneทั้งสามชนิดมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อมาเลเรียฟาลซิปาลัม (Plasmodium falciparum) ใน หลอดทดลองจากการใช้ของหมอยาพื้นบ้านที่ใช้รากปลาไหลเผือกต้มกินแก้ มาลาเรีย และในการศึกษาทดลองหลายการศึกษาพบว่าสารสกัดจากรากปลาไหลเผือกมี ฤทธิ์ฆ่าเชื้อมาลาเรียในหลอดทดลองซึ่งสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากปลาไหลเผือก ของคนพื้นเมืองซึ่งต้องมีการหาขนาดที่เหมาะสมและปลอดภัยที่จะใช้ในคนต่อไป
สารสกัดรากปลาไหลเผือกมีฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง ต้านเชื้อ HIVในการตรวจสอบเบื้องต้น(Screening Test) สำหรับฤทธิ์การต้านมะเร็งพบว่าสารสกัดปลาไหลเผือกเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งปอด (Human lung cancer (A-549) cell lines)เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งเต้านม (human breast cancer (MCF-7) cell lines)นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV อีกด้วย
สารสกัดรากปลาไหลเผือกมีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone)มี การศึกษาวิจัยพบว่า สารสกัดจากรากปลาไหลเผือกกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชายซึ่งนำไปสู่การจด สิทธิบัตรสารเคมีและวิธีการสกัดโดยมีสรรพคุณในการเพิ่มกล้ามเนื้อและความ แข็งแรงของนักกีฬา
สารสกัดสมุนไพรปลาไหลเผือกได้รับการจดสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา
*จดสิทธิบัตรส่วนประกอบของสารสกัดจากพืชในการรักษาอาการหัวล้าน
ในเพศชาย (Male pattern baldness)ในปี ๒๐๐๓ (พ.ศ. ๒๕๔๖)
*จดสิทธิบัตรเป็นยาทาภายนอกในลักษณะ Topical home opathic composition
    ในการเพิ่มระดับของฮอร์โมนเพศชาย Testosterone และฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต
     (Growth hormone) ในปี ๒๐๐๓ (พ.ศ. ๒๕๔๖)
*จดสิทธิบัตรสารเคมีที่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย ในปี ๒๐๐๔ (พ.ศ. ๒๕๔๗)
*จดสิทธิบัตรส่วนประกอบและวิธีการในการเพิ่มกล้ามเนื้อและความแข็งแรง
     เพิ่มสมรรถภาพของนักกีฬา ลดไขมันและนำไปสู่การลดน้ำหนักในปี ๒๐๐๖ (พ.ศ. ๒๕๔๙)
*จดสิทธิบัตรในการเป็นยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศในรูปแบบของยาเม็ดและยา แคปซูล  ในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยมีส่วนประกอบของสารสกัดปลาไหลเผือกร่วมกับตัวอื่น  ในปี ๒๐๐๖ (พ.ศ. ๒๕๔๙)
*จดสิทธิบัตรการปรับระดับฮอร์โมนเพศชาย (Systemic androgen)   ด้วยการใช้ปลาไหลเผือก ในปี ๒๐๐๗(พ.ศ. ๒๕๕๐)
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...